'สงกรานต์' 2564 กับ 3 วันสำคัญช่วงปีใหม่ไทย 13-14-15 เม.ย. คือวันอะไรบ้าง?

Post on 13 เมษายน 2564
by Admin

ชวนรู้ชัดๆ ว่าวันสำคัญในช่วงเทศกาล "สงกรานต์" อย่างวันมหาสงกรานต์ วันผู้สูงอายุ วันครอบครัว วันเถลิงศก มาดูกันว่าในระหว่างวันที่ 13-14-15 เมษายน 2564 วันสำคัญเหล่านั้นตรงกับวันไหนกันแน่?

 วันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์ วันมหาสงกรานต์ - Sanook Event

หลังจากที่รัฐบาลประกาศให้ "สงกรานต์" ปีนี้มี "วันหยุดยาว" ยาวนานถึง 6 วัน ตั้งแต่วันที่ 10-15 เม.ย. 2564 ทำให้คนไทยเดินทางกลับภูมิลำเนากันอย่างคึกคัก แต่ยังคงต้องใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่เช่นเดิมเหมือนปีที่แล้ว และมีประกาศ งดเล่นสาดน้ำสงกรานต์ แต่ยังคงให้เดินทางข้ามจังหวัด รดน้ำดำหัว และสรงน้ำพระได้ตามประเพณี

เทศกาลสงกรานต์_4 - เรื่องกิน เรื่องเที่ยว ช้อปปิ้ง ไลฟ์สไตล์

โดยเฉพาะวันนี้ 13 เม.ย.64 เป็นหนึ่งในวันสำคัญช่วง "สงกรานต์ 2564" ที่หลายคนอาจหลงลืมไป หรือไม่ก็ยังสับสนว่าระหว่างวันมหาสงกรานต์ วันผู้สูงอายุ วันครอบครัว และวันเถลิงศก ตรงกับวันที่เท่าไหร่กันแน่? กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ สรุปข้อมูลมาให้รู้กันดังนี้

 

  • "สงกรานต์" เริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่?

วันสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสกฤตว่า “สํ-กรานต” ซึ่งแปลว่า ก้าวขึ้น ย่างขึ้น หรือย้ายขึ้น มีนัยยะหมายถึงการเข้าสู่ศักราชราศีใหม่หรือวันขึ้นปีใหม่นั้นเอง โดยเทศกาล “สงกรานต์” นั้นเป็นประเพณีที่มีความเก่าแก่และถูกสืบทอดกันมานานตั้งแต่โบราณ ในยุคแรกๆ คนไทยโบราณจะถือเอาวันขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ซึ่งจะตรงในช่วงเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคม ให้เป็นวันขึ้นปีใหม่

 

เที่ยวประเพณีสงกรานต์ตามภูมิภาคทั่วไทย | บล็อกเอ็กซ์พีเดีย

 

แต่ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการเปลี่ยนมากำหนดใหม่ โดยกำหนดให้วันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ ผ่านมาจนถึงยุคสมัยของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม (พ.ศ. 2483) ได้เปลี่ยนวันปีใหม่ให้เป็นวันสากล คือ วันที่ 1 มกราคม แต่ถึงอย่างไร คนโบราณก็ยังคงคุ้นเคยกับวันปีใหม่ไทยในเดือนเมษายน จึงได้กำหนดให้วันที่ 13 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยหรือวัน “สงกรานต์” ร่วมด้วย โดยมีวันสำคัญต่างๆ ที่พ่วงมาด้วยในช่วงวันที่ 13-14-15 เมษายน คือ วันมหาสงกรานต์พ่วงวันผู้สูงอายุ วันครอบครัว และวันเถลิงศก

โดยมีกิจกรรมฉลองปีใหม่มากมาย ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามท้องถิ่นแต่ละภูมิภาค แต่กิจกรรมหลักๆ ที่คล้ายกันทุกภูมิภาค ได้แก่

 

1. ทำบุญตักบาตร ในวันมหาสงกรานต์

ประชาชนจะลุกขึ้นมาแต่เช้ามืดมาปรุงและจัดเตรียมสำรับอาหาร เพื่อนำไปตักบาตรถวายพระ พอจัดเตรียมอาหารเสร็จก็จะบรรจงลงภาชนะอย่างพิถีพิถัน เรียงลงในถาด เพื่อนำไปทำบุญตักบาตรและเลี้ยงพระประจำหมู่บ้านของตน แต่ละคนจะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม สะอาด เรียบร้อยมิดชิดเหมาะแก่การไปทำบุญที่วัด 

158676652086

 

2. สรงน้ำพระ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

อีกหนึ่งกิจกรรมที่คนไทยปฏิบัติสืบตือกันมาก็คือ การสรงน้ำพระ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ส่วนการเล่นสาดน้ำนั้น ปีนี้ทางการมีคำสั่งงดเล่นสาดน้ำสงกรานต์ทั่วประเทศ! แต่ยังสามารถสรงน้ำพระที่บ้านได้ โดยตามความเชื่อของคนไทยเกี่ยวกับการ "สรงน้ำพระพุทธรูป" นั้น จะต้องเตรียมดอกไม้ ธูปเทียน ไปบูชาพระที่หิ้งพระที่บ้าน แล้วเอาน้ำอบไปประพรมที่องค์พระ ส่วนการ "รดน้ำญาติผู้ใหญ่" เป็นการไหว้แสดงความกตัญญู ขอขมา และเป็นการขอพรตามประเพณี

 

พิธีรดน้ำดำหัวขอพรผู้สูงอายุ เนื่องในวันผู้สูงอายุ ประจำปี 2560

 

3. ก่อพระเจดีย์ทราย ขนทรายเข้าวัด

ในสมัยก่อนมีความเชื่อกันว่าหลังจากที่เรามาทำบุญที่วัดแล้วแล้วเวลาเดินออกจากวัดจะมีเม็ดทรายติดเท้าออกไปด้วย ถือเป็นการเอาของๆ วัดออกไปด้วย ต้องเอามาคืน ดังนั้นจึงเกิดประเพณี "การขนทรายเข้าวัด" และ "การก่อพระเจดีย์ทราย" ถือเป็นกุศโลบายเพื่อสร้างความสามัคคีของคนในชุมชน

 

ปทุมธานี - ประชาชนร่วมงานประกวดก่อพระเจดีย์ทราย 7-9 เม.ย. นี้

 

  • 13 เมษายน เป็นวันผู้สูงอายุและวันมหาสงกรานต์

อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าเทศกาล "สงกรานต์" มาพร้อมกับวันสำคัญ 3 วัน ปัจจุบันปฏิทินไทยกำหนดให้เทศกาลสงกรานต์ตรงกับวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี และนับเป็นวันหยุดราชการ อย่างไรก็ตามการประกาศสงกรานต์อย่างเป็นทางการ จะคำนวณตามหลักเกณฑ์ใน “คัมภีร์สุริยยาตร์” ซึ่งในทางโหราศาสตร์ใช้กันมาแต่โบราณมา

โดยกำหนดให้วันแรกของเทศกาลเป็นวันที่พระอาทิตย์ย้ายออกจากราศีมีน เข้าสู่ราศีเมษ เรียกว่า “วันมหาสงกรานต์” วันถัดมาเรียกว่า “วันเนา” และวันสุดท้าย เป็นวันเปลี่ยนศักราชสู่วันปีใหม่ เรียกว่า “วันเถลิงศก”

อีกทั้ง วันที่ 13 เมษายน ยังถือเป็นวันผู้สูงอายุ ด้วย โดยรัฐบาลกำหนดให้วันที่ 13 เมษายนเป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อให้ลูกหลานได้เล็งเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นบุพการี ผู้อาวุโสหรือผู้ใหญ่ในชุมชนที่เคยทำคุณประโยชน์แก่สังคมมาแล้ว

สำหรับที่มาของ "วันผู้สูงอายุ" นั้นเริ่มต้นขึ้นในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยนั้นได้มีการกำหนดนโยบายที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี มีคุณภาพ และดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยได้มอบให้กรมประชาสงเคราะห์จัดตั้งสถานสงเคราะห์คนชราขึ้นในปี 2496 เพื่อให้การสงเคราะห์ผู้สูงอายุที่เดือดร้อน ประสบปัญหาในการทำมาหากินและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้

ต่อมาในสมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก็มีการสานต่อความสำคัญของ "วันผู้สูงอายุ" โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2525 อนุมัติให้วันที่ 13 เมษายนของทุกปีเป็นวันผู้สูงอายุ และได้เลือก "ดอกลำดวน" เป็นสัญลักษณ์ของผู้สูงอายุ เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่ให้ความร่มเย็น ลำต้นมีอายุยืน 

 

วันผู้สูงอายุ 13 เมษายน วันผู้สูงอายุแห่งชาติ

 

  • วันที่ 14 เมษายน เป็นวันครอบครัว 

ถัดมาอีกหนึ่งวันก็คือ วันที่ 14 เมษายน รัฐบาลกำหนดให้เป็น “วันครอบครัว” ของทุกปี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงคุณค่าของสถาบันครอบครัว และใช้เวลาว่างในวันหยุดยาวช่วงเทศกาล "สงกรานต์" ให้สมาชิกในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าและทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน เป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว และสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว อีกทั้งช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อรวมญาติ พบปะครอบครัว ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับบุพการีที่ล่วงลับไปแล้ว รดน้ำดำหัวขอพรผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล ความอบอุ่น และความสุขของครอบครัวตามประเพณีไทยที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา

สำหรับที่มาของ “วันครอบครัว” นั้น เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2532 คณะรัฐมนตรีซึ่งมีพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เสนอมติโดยคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นผู้เสนอคณะรัฐมนตรีเห็นชอบด้วยและอนุมัติให้ วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เป็นวันแห่งครอบครัว ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์ของไทย เพราะโดยส่วนใหญ่ในวันนี้เป็นวันที่สมาชิกในครอบครัวมีโอกาสพบปะกันได้โดยสะดวก

 

Thairath_News on Twitter: "14 เมษายนของทุกปี ตรงกับ #วันครอบครัว  <a href=

 

  • 15 เมษายน วันขึ้นปีใหม่ไทย “วันเถลิงศก”

ส่วนวันที่ 15 เมษายน จะเรียกว่าเป็น “วันเถลิงศก” ถือว่าเป็นวันเริ่มจุลศักราชใหม่ หรือวันปีใหม่ไทยที่นับตามแบบสมัยโบราณนั่นเอง ส่วนใหญ่คนไทยจะนิยมไปเที่ยวกับครอบครัว หรือฉลองปีใหม่กันที่บ้านด้วยการทำกับข้าว กินข้าวมื้อใหญ่ร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา และมีเคล็ดว่าทุกคนต้องสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ หรือมีของใช้ส่วนตัวชิ้นใหม่ๆ อย่างน้อย 1 ชิ้น เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลต้อนรับปีใหม่นั่นเอง

 

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

 

 

ที่มา : https://www.facebook.com/seaseeyou.seafood/photos/a.111528120348200/148017880032557/

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/875735